ปัจจุบัน “เครื่องทำน้ำอุ่น” กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พบเห็นได้ตามบ้านเรือนทั่วไป น้ำอุ่นที่ไหลออกมาจากฝักบัวทุกครั้งที่อาบน้ำทำให้หลายๆ คนคุ้นเคยกับการอาบน้ำอุ่นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของผู้คนไม่ว่าจะอยู่ในสภาพอากาศใด
“เครื่องทำน้ำอุ่น” เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำให้น้ำร้อนขึ้น โดยอาศัยการพาความร้อนจากขดลวดความร้อน (Heater) ขณะที่กระแสน้ำไหลผ่านส่วนประกอบหลักของเครื่องทำน้ำอุ่นคือ ตัวถังน้ำ ทำหน้าที่บรรจุน้ำที่จะทำความร้อน,ขดลวดความร้อน ทำหน้าที่ทำความร้อนให้น้ำ เมื่อเราเปิดสวิตซ์ กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวดความร้อนทำให้น้ำร้อนขึ้น และอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ (Thermostat) ทำหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้าเมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูงถึงระดับที่ตั้งไว้ ผู้ใช้ก็สามารถเปิดน้ำอาบได้ และสามารถปรับอุณหภูมิน้ำได้ตามความต้องการ
ก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น ควรตรวจดูระบบท่อน้ำประปาภายในบ้านว่าติดตั้งไว้เป็นแบบไหน ถ้าติดตั้งไว้แบบฝักบัวจุดเดียว ก็ควรเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น แต่ถ้าติดตั้งระบบท่อไว้เป็นแบบท่อผสม มีอ่างอาบน้ำ ฝักบัวผสมยืนอาบ และก๊อกอ่างล้างหน้าผสม ก็ควรเลือกซื้อเครื่องทำน้ำร้อน ถ้าเลือกซื้อเครื่องไม่ตรงตามระบบ เมื่อติดตั้งแล้วเครื่องก็จะใช้งานไม่ได้ ตรวจดูกระแสไฟฟ้าภายในบ้านว่ามีกระแสไฟพอเพียงเหมาะสมกับเครื่องทำน้ำอุ่นหรือไม่ โดยดูจากการใช้กระแสไฟของเครื่องทำน้ำอุ่น จะใข้กระแสไฟประมาณ 7-17 แอมแปร์ (การทำงานต่ำสุด-สูงสุดโดยประมาณ) ต้องมีกระแสไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 20แอมแปร์ เครื่องทำน้ำอุ่นมีกำลังไฟที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งาน ก่อนเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น ควรตรวจดูกำลังไฟในบ้านของคุณโดยสังเกตที่มิเตอร์ไฟ ตัวอย่างเช่น หากที่บ้านใช้มิเตอร์ไฟฟ้า ขนาด 5(15) คุณควรใช้เครื่องทำน้ำอุ่นกำลังไฟไม่เกิน 3,500 วัตต์ หากที่บ้านใช้มิเตอร์ไฟฟ้า ขนาด 15(45) ควรใช้เครื่องทำน้ำอุ่นกำลังไฟไม่เกิน 4,500 วัตต์ หรือ 6,000 วัตต์
ตรวจดูแรงดันน้ำภายในบ้าน โดยทั่วไปเครื่องทำน้ำอุ่นต้องการแรงดันน้ำเล็กน้อย ให้ทดสอบเบื้องต้น โดยดูแรงดันน้ำจากเมื่อเปิดฝักบัวให้น้ำไหลออกมา น้ำต้องมีแรงสาดออกมาจากฝักบัว แสดงว่าน้ำมีแรงดันพอควร แต่ถ้าน้ำที่ไหลออกมาไม่มีแรงสาด แต่รวมตัว หรือน้ำไหลห้อย ก็ควรต้องติดตั้งเครื่องปั้มน้ำขนาด 150วัตต์ ขึ้นไปเพื่อเพิ่มแรงดันน้ำ เพราะหากไม่ตรวจสอบก่อน เครื่องอาจจะไม่ทำงาน เพราะแรงดันน้ำมาที่เครื่องทำน้ำอุ่นไม่เพียงพอ วัสดุที่ใช้ในการทำหม้อต้มคืออีกส่วนสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น เพราะหม้อต้มของเครื่องทำน้ำอุ่นมีหลายประเภท เช่น “หม้อต้มทองแดง” มีข้อดีคือทนทานจากความร้อนจากแรงดันน้ำ ให้อายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ข้อเสียคือมีราคาสูง “หม้อต้มแบบพลาสติก” มีข้อดีเนื่องจากให้ความร้อนได้เร็ว จึงประหยัดพลังงานมากกว่าและมีราคาถูกกว่า แต่อาจมีอายุการใช้งานไม่คงทน ขณะที่ “หม้อต้มที่ใช้ขดลวดทองแดงในการให้ความร้อน” จะให้ความร้อนเร็ว แต่มีข้อเสียคืออุณหภูมิของน้ำร้อนจะไม่คงที่
ส่วนวิธีการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นนั้น คุณควรเลือกซื้อรุ่นที่มีประสิทธิภาพและมีขนาดเครื่องที่เหมาะสม ไม่ดูใหญ่หรือเล็กจนเกินไป โดยการวัดจากจำนวนผู้ใช้ของครอบครอบครัว ว่าจำนวนคนในบ้านมีมากน้อยเพียงใด สภาพภูมิประเทศที่คุณอยู่อาศัยนั้น มีสภาพอากาศอย่างไร หนาวมาก หรือหนาวน้อย เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการเลือกซื้อว่าจะเลือกซื้อจำนวนวัตต์มากหรือน้อย อย่างเช่นคุรอย่ภาคกลางอากาสไม่หนาวมากก็ไม่ควรซื้อเครื่องที่ใช้แรงวัตต์มาก แต่ถ้าหากคุณอาศัยอยู่ภาคเหนือ ก็ต้องเลือกซื้อแบบที่ใช้แรงวัตต์มาก เพื่อที่เครื่องจะได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่จำเป็นต้องเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงและมียี่ห้อที่ได้มาตรฐาน เพราะว่ายิ่งยี่ห้อมีชื่อเสียงและได้รับมาตารฐานมากเท่าใด ความปลอดภัยก็จะสูงตามขึ้นไปด้วย เพราะเครื่องทีได้มาตจรฐานและมียี่ห้อ จะผ่านการทดสอบและได้รับรางวัลต่างๆ เพื่อเป็นการการันตี อาจจะราคาแพงกว่า แต่ก็คุ้มครองชีวิตคุณ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าชีวิตของคุณไม่ควรจะมาเสี่ยงกับเครื่องทำน้ำอุ่นราคาถูกๆ ไม่กี่บาท เพื่อเป็นการช่วยลดค่าจ่าย ควรเลือกใช้หัวฝักบัวชนิดประหยัดน้ำ เพราะประหยัดน้ำกว่าหัวฝักบัวธรรมดา 25-75% เลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีถังน้ำภายในตัวเครื่อง และมีฉนวนหุ้ม เพราะสามารถลดการใช้พลังงานได้ 10-20%
ในการใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ควรเปิดเครื่องให้น้ำไหลพอเหมาะกับการใช้งาน ไม่ควรเปิดเครื่องตลอดเวลาในขณะอาบน้ำ อย่างเช่นสระผม หรือถูสบู่ก็ควรปิดเครื่อง เพราะความอุ่นของน้ำก็จะยังอุ่นอยุ่ เมื่อเสร็จแล้วจึงควรเปิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะจะช่วยลดการสูญเสียน้ำและช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า และหากใช้เสร็จควรปิดเครื่องทันที
น้ำและไฟฟ้าเป็นสิ่งอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากการติดตั้งสายดิน ผู้บริโภคควรมองหาเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ เมื่อไฟฟ้ารั่ว หรือเกิน ELSD (Earth Leakage Safety Device) หรือ ELCB (Earth Leakage Circuit Breaker), ระบบตัดการทำงานของเครื่องโดยอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิของน้ำสูงเกินแบบ 2 ขั้นตอน (ในเครื่องทำน้ำอุ่น) เทคโนโลยีจาก “สตีเบล เอลทรอน” Double Auto Thermostat มีมาตรฐานป้องกันน้ำเข้าเครื่อง (International Protection Rating) IP 24 และ IP 25 แม้กระทั่งความปลอดภัยเล็กๆ น้อย อาทิ ตัวเครื่องควรมาพร้อมยางป้องกันน้ำเข้าทางช่องร้อยสายไฟ สายไฟทุกเส้นได้มาตรฐาน ระบบป้องกันหม้อทำความร้อนไหม้ (No Run Dry) ระบบ Automatic Flow Switch on/off Control ช่วยควบคุมเครื่องให้ทำงานเฉพาะเวลาที่มีน้ำไหลผ่านเท่านั้น
ข้อสำคัญควรที่จะหมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบทำน้ำอุ่นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้มีรอยรั่ว เพราะจะทำให้สูญเสียน้ำและสิ้นเปลืองค่าไฟ หากใช้เสร็จควรปิดวาล์วและสวิตซ์ทันที และหากเครื่องเกิดปัญหาขัดข้องควรปรึกษาช่างผู้นาญงาน ไม่ควรทำการซ่อมแวฒเอง เพราะหากเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วออกมาแล้ว อาจทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น